[The Silmarillion] Fiction: Winter Wind (Ereinion/Oropher) 5

posted on 22 Oct 2014 18:59 by lightvampire in Fiction directory Fiction


Title: Winter Wind (Part 5)
Fandom: The Silmarillion
Type: BL
Pairing: Ereinion Gil-Galad/Oropher
Rating: PG15




---------------------------------------------------------




อัญมณีสีมรกตทอแสงงดงามเมื่อแสงแห่งเทลเพริออนตกกระทบ นับเป็นครั้งแรกในรอบหลายพันปีที่ไม่มีผู้ใดเคยได้พบเห็น หลังจากที่ผู้ถือครองอัญมณีคู่นั้นสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักไป...


และแสงในดวงตานั้นเอง ที่ทำให้ประกายแสงแห่งดวงดาราต้องยอมสยบ


เอเรนิออน กิล-กาลัดยืนนิ่งไม่ไหวติง ราวกับต้องมนต์สะกด พรายหนุ่มแทบหยุดหายใจเมื่อถูกเรียวนิ้วยาววางทาบลงบนริมฝีปาก ในยามนี้เพียงลมหายใจอุ่นที่ปะทะบนใบหน้าก็ให้ความร้อนเพียงพอที่ร่างกายของ เขาจะละลายได้ และคงจะเป็นเช่นนั้นไปแล้วหากบุคคลตรงหน้าไม่ได้เป็นผู้ที่เคยเย็นชาดั่ง ภูผาน้ำแข็ง


กลิ่นกายหอมเย็นอ่อนๆ ของพรายซินดาร์ยิ่งชัดเจนขึ้นเมื่อร่างนั้นขยับเข้าใกล้



“...ว่าอย่างไรเล่า? นี่เป็นสิ่งที่ท่านปรารถนาไม่ใช่หรือ?”



ฝ่ามือสีขาวนวลเลื่อนจากริมฝีปากอุ่นบนใบหน้าคมที่มีสีฝาดจางๆ ลงมาบริเวณอก และรั้งร่างที่สูงกว่าให้ต้องก้มหน้าลงเล็กน้อย ก่อนจบลงที่การจุมพิตเบาๆ บนปลายจมูก และไรผมสีดำสนิทบริเวณหน้าผาก



“ฮึ...”



โอโรแฟร์ไม่ได้เอ่ยอะไรต่อจากนั้น เพียงปล่อยมือออกจากร่างสูงกว่าตรงหน้า และแย้มยิ้มพรายที่ไม่เคยมีใครได้พบเห็นมานานกว่าหลายพันปี


...รอยยิ้มงดงามของพราย ที่หายไปตั้งแต่ครั้งที่บ้านเมืองของตนถูกทำลาย

ตั้งแต่ครั้งที่รู้ว่ากษัตริย์ธิงโกลของตนสิ้นพระชนม์ ครั้งที่คนรักจากไป โดยที่เขาไม่สามารถช่วยอะไรอย่างที่อัศวินแห่งเมเนกร็อธควรทำได้เลย



“ถือเสียว่าเป็นคำขอบคุณจากข้าเถิด เอเรนิออน”



เขาหมุนตัวกลับและค่อยๆ ก้าวเดินต่อไปในทางที่จากมาตอนแรก หากแต่ครั้งนี้ไม่ได้เดินเท้ากลับอย่างเดียวดายอีกต่อไป


มือข้างหนึ่งยื่นออกไปคว้าข้อมือของพรายอีกคนที่ยังคงยืนนิ่งเป็นหินอยู่แบบ นั้นหลังจากถูกจู่โจมโดยไม่ทันตั้งตัว และกึ่งดึงกึ่งลากให้ร่างนั้นเดินขึ้นมาอยู่ข้างกาย



“ขอบคุณ...ข้า?”


“สำหรับทุกสิ่งทุกอย่างที่ท่านเสียสละให้กับมิดเดิลเอิร์ธ...แลกกับความสงบสุข”


“...ข้อนั้นท่านเองก็ทำมิใช่หรือ?”



เอเรนิออนที่ค่อยๆ เริ่มดึงสติของตนกลับมาได้กระแอมไอครั้งหนึ่ง ก่อนขืนมือออก และใช้มือของตนประสานมือกับฝ่ามือนุ่มที่เล็กกว่าเล็กน้อยของโอโรแฟร์


พรายหนุ่มแอบลอบมองใบหน้าเปล่งประกายขาวนวลของอีกฝ่ายที่เขาหลงรักมานานแสนนานอีกครั้ง


จังหวะการเต้นของหัวใจของเขาเริ่มไม่ปกติตั้งแต่ตอนที่ได้เห็นรอยยิ้มงดงาม รอยยิ้มจริงใจที่ไม่ใช่การเสแสร้ง รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความรู้สึกอบอุ่นเบื้องหลังความเย็นชา


...สิ่งแสนล้ำค่าที่ได้มาด้วยความมั่นคงและหนักแน่น ในที่สุดเขาก็ทำมันสำเร็จ


แต่สิ่งที่ได้รับกลับมานั้นออกจะเกินความคาดหมายเขาไปมากโข และภาพที่เคยฝันถึงก่อนหน้ามิได้ใกล้เคียงกับความเป็นจริงเลยแม้แต่น้อย


ก็ใครเลยจะทันคิดว่าพรายผู้ที่ทำตัวเย็นชาใส่เขาเรื่อยมาจะเชี่ยวชาญด้านความรักถึงเพียงนี้เล่า?


...อันที่จริง อาจเป็นเพราะเขาด้อยประสบการณ์ด้านนี้เสียมากกว่า



“แม้ข้าจะเคยเป็นนักรบ แต่ข้าไม่ใช่ผู้ที่มีความสามารถนัก และข้าไม่เคยคิดที่จะรวบรวมกองทัพเพื่อทำลายต้นตอของความวุ่นวายบนมิด เดิลเอิร์ธเลย”


“แต่ท่านก็มีส่วนช่วยนำความสงบกลับมา กำลังพลของท่านช่วยพวกข้าได้มากนัก”


“...แต่ก็ไม่มากพอที่จะช่วยให้ท่านมีชีวิตอยู่ต่อไม่ใช่หรือ?”


“ท่าน… จงใจเป็นทัพหน้าให้ข้า...”


“ข้าเพียงเห็นว่ามันเป็นการดีกว่า หากท่านจะยังอยู่ที่นั่น และปกครองประชาชนของท่าน ปกครองมิดเดิลเอิร์ธให้อยู่อย่างสงบ-----”



โอโรแฟร์หยุดชะงัก เมื่อรู้สึกถึงแรงฝืนที่มือของตน

แรงกระตุกดึงจากด้านข้างเยื้องไปทางด้านหลัง ทำให้พรายซินดาร์แห่งกรีนวู้ดเสียการทรงตัว ขณะที่ผู้ที่เป็นต้นเหตุกลับคว้าร่างตรงหน้ามาแนบกาย ก่อนปล่อยมือสีซีดออกจากการเกาะกุม วงแขนแกร่งทั้งสองข้างโอบรอบเอวจากด้านหลังไว้อย่างหลวมๆ


ทุกสิ่งทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วอย่างที่โอโรแฟร์ไม่ทันคิดถึง

...เมื่อตั้งสติรู้ตัวอีกครั้ง ใบหน้าคมคายกลับแนบชิดอยู่ที่ผิวแก้ม เอ่ยคำตัดพ้อเบาๆ โดยไม่เกรงกลัวว่าจะถูกโกรธเมื่อทำการล่วงเกินบุคคลตรงหน้าอีกครั้งหนึ่ง



“การตัดสินใจของท่านช่างโหดร้ายกับใจของข้านัก...โอโรแฟร์ ทั้งๆ ที่ท่านก็รู้ว่าข้าจะต้องเสียใจหากท่านจากไป ท่านก็ยังทำ...”



แม้จะตกใจเล็กๆ แต่พรายซินดาร์ก็ไม่ได้ขัดขืน


...อ้อมกอดแสนอบอุ่นจากบุคคลผู้เป็นที่รัก

เขาไม่ได้รู้สึกแบบนี้มานานแค่ไหนกันแล้วนะ…



“ข้าขอโทษท่านไปแล้วอย่างไร...”



โอโรแฟร์ยกมือของตนขึ้นแตะผิวแก้มของเอเรนิออนเบาๆ และเอนตัวพิงไหล่กว้าง

พรายหนุ่มแห่งลินดอนเอียงศีรษะแนบไปกับฝ่ามือนุ่มสีซีดดุจหิมะ สูดกลิ่นกายกรุ่นจากไรผมสีเงินของอีกฝ่าย พร้อมๆ กับกระชับกอดแน่นขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย


พรายซินดาร์เอ่ยทำลายความเงียบ หลังปล่อยให้อีกฝ่ายทำตามใจตัวเองมาพักใหญ่



“กลับกันเถิด… อีกไม่ไกลก็ถึงที่พักแล้ว”


“อา... ”



เอเรนิออนจำใจยอมปล่อยร่างของพรายซินดาร์ให้เป็นอิสระ แต่ระหว่างทางที่เดินเคียงคู่กันไป ดวงตาสีฟ้าครามก็ยังแอบลอบมองใบหน้างดงามที่เปล่งประกายใต้แสงจันทร์ของอดีต จอมพรายแห่งกรีนวู้ดอยู่เป็นระยะๆ ไม่วางตา ราวกับกลัวว่าหากคลาดสายตาไปเพียงเสี้ยววินาทีเดียวก็อาจไม่ได้พบกันอีก เหมือนกับครั้งที่โอโรแฟร์แอบยกทัพไปก่อนทัพใหญ่ของเขา


ทั้งสองเดินเคียงข้างกันไปอีกไม่นานนัก จนมาหยุดอยู่หน้าที่พักหลังเล็กกลางป่าเงียบสงบ มีเพียงเสียงธารน้ำเล็กๆ ที่ไหลผ่านอาณาบริเวณนั้น เสียงแมลงและสัตว์กลางคืนดังกังวานอยู่ในที่ไกลๆ แต่ไร้วี่แววผู้อาศัยคนอื่นๆ ในบริเวณโดยรอบ


แม้จะไม่ใช่สถานที่โอ่อ่าเหมือนกับวังที่เคยอาศัยเมื่อครั้งยังมีชีวิตอยู่ บนมิดเดิลเอิร์ธ แต่ใจของพรายทั้งสองกลับสงบลงอย่างน่าประหลาด



“องค์วาลาร์ประทานให้ข้าได้อยู่ที่นี่ หากท่านไม่รังเกียจ-----------”



เอเรนิออนไม่ได้เอ่ยคำใดขึ้นมา

และไม่ได้รอให้อีกฝ่ายพูดจนจบประโยคเมื่อเขาทั้งสองยืนอยู่หน้าประตูทางเข้า


ฝ่ามือใหญ่ของพรายโนลดอร์คว้าแขนของพรายตรงหน้า และดึงเข้าหาตัวอย่างรวดเร็ว ในจังหวะที่เจ้าบ้านหมุนตัวกลับมาเพื่อที่จะถามความเห็น แขนอีกข้างหนึ่งที่ว่างรวบเอวของร่างที่เล็กกว่าเข้ามาแนบชิด


ก่อนที่จะทันได้โต้ตอบ โอโรแฟร์รู้สึกได้ถึงสัมผัสอบอุ่น หากแผ่วเบาบนริมฝีปาก…

เบาเสียจนเขาเกือบจะคิดว่าตนคิดไปเอง หากไม่ได้เห็นใบหน้าคมคายของเอเรนิออนอยู่ห่างไปเพียงไม่กี่นิ้ว กับลมหายใจอุ่นๆ ที่เป่ารดบนใบหน้า…



“...ท่าน”


“ข้า...จนถึงวันนี้… ข้าฝันมาตลอด…โอโรแฟร์”



เอเรนิออนเอ่ยกระซิบเสียงแผ่วด้วยความตื้นตัน มือข้างที่จับยึดแขนของอีกฝ่ายไว้ค่อยๆ เลื่อนขึ้นมาจนถึงลำคอสีนวลที่โผล่พ้นขึ้นมาจากเสื้อคลุม ประคองใบหน้างดงามอย่างทะนุถนอม ปลายนิ้วหัวแม่มือลากผ่านและวางทาบบนริมฝีปากบางสีเรื่อ


บุคคลที่เขาคิดว่าหลงรักข้างเดียวมานานแสนนาน ทั้งลมหายใจ เสียง กลิ่น ผิวกาย ทุกอย่างที่ไม่เคยคิดว่าจะได้รับ ไม่คิดว่าจะมีโอกาสสัมผัสนอกเสียจากในฝัน กลับชัดเจนอยู่ตรงหน้า


เขามีความสุขเหลือเกิน…



“ข้าคง...ไม่ต้องถามท่านแล้วสินะ…?”



โอโรแฟร์ยกมือขึ้นปิดปากของตน แล้วหัวเราะในลำคอเบาๆ กับการกระทำของอดีตกษัตริย์แห่งโนลดอร์ โดยไม่ได้มีท่าทีไม่พอใจ หรือแม้แต่ตกใจปรากฏให้เห็นบนใบหน้า



“...ถึงท่านจะไม่ให้ข้าอยู่ ข้าก็จะอยู่ใกล้ๆ ท่าน”


“ท่านนี่ดื้อด้านไม่เปลี่ยนแปลงโดยแท้...”


“ก็ข้าบอกไปแล้วอย่างไร ว่านับจากนี้ไ