[Titan] Fiction: Unconscious Part II (Erwin x Rivaille)

posted on 22 Jun 2013 23:33 by lightvampire in Anime-and-Manga, Fiction directory Fiction, Cartoon

แอบมาลงตอนต่อ.... /หอบบบ/

 

อยากให้มีตอนต่ออีกมั้ย? พอเหอะ จขบ. ขี้เกียจ OTL

 

ขอบคุณทุกคอมเมนท์มากฮะ แต่แบบ..... นะ ไม่สปอยละกัน ;p;

 

ขอให้สนุกกับการอ่านฮะ ' v '

 

Link ไปตอนแรก เผื่อคนยังไม่ได้อ่านฮะ

 

 

 

 

 

Title: Unconscious II

Type: BL

Fandom: Shingeki no Kyojin/Attack on Titan

Pairing: Erwin x Rivaille (Levi)

Rating: PG15

 

 

 

 

รีไวล์ค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาท่ามกลางความเงียบสงบ ความมืดเริ่มโรยเข้าครอบคลุมท้องฟ้า แสงไฟจากตะเกียงที่ให้แสงสว่างจากบ้านของผู้คนที่อยู่รอบๆ ส่องผ่านเข้ามาในห้องพักคนเจ็บ เสียงของผู้คนรอบข้างถูกกั้นไว้ด้วยผนังกำแพงทำให้แทบจะไม่มีเสียงอะไรลอดเข้ามาในห้องนั้นเลย ซึ่งนั่นก็เป็นสิ่งที่ควรจะเป็นสำหรับห้องพักที่ดี

 

 

ชายหนุ่มขยับพลิกตัวช้าๆ ร่างกายเริ่มรู้สึกถึงความอืดอัดช่วงบริเวณกลางกาย ชวนทำให้นึกถึงเรื่องระหว่างเขากับเอลวินที่เกิดขึ้นเมื่อตอนเย็น

 

 

ร่างของคนบนเตียงยังคงมีผ้าคลุมสีเขียวเข้มผืนใหญ่คลุมไว้เหมือนกับตอนที่หัวหน้าของเขาออกไปนอกกำแพง เสื้อผ้าเนื้อบางก็ถูกสวมใส่กลับให้เรียบร้อย แต่กลับลืมสิ่งที่สำคัญที่สุดไปจนทำให้เขาหงุดหงิด...

 

 

 

- ก็รู้อยู่ว่าฉันรักความสะอาด แต่แกลืมเช็ดไอ้นั่นที่แกปล่อยทิ้งไว้ที่ฉันเนี่ยนะ เอลวิน!

 

 

 

ร่างเล็กกำหมัดแน่น ก่อนจะกัดฟันก้าวลงจากเตียง มุ่งหน้าไปที่ห้องน้ำ และไม่ลืมคว้าชุดสำหรับเปลี่ยนติดมือไปด้วย ในใจนึกกร่นด่าต้นเหตุของเหตุการณ์นี้ พลางทำความสะอาดร่างกายของตนอย่างหมดจดตามประสาคนรักความสะอาด

 

 

รีไวล์เดินออกจากห้องพักของเขามา และตรงไปยังห้องทำงานของหัวหน้าหน่วยสำรวจด้วยความเร็วเท่าที่ขาของเขาจะพอเดินไปไหว หัวคิ้วทั้งสองบนใบหน้าคมขมวดจนแทบจะดูเป็นแนวเดียวกันโดยที่เจ้าตัวไม่ทันเอะใจ

 

 

มือเรียวยกขึ้นเคาะประตูไม้ของห้องๆ หนึ่งที่เขาคุ้นเคย ก่อนเปิดประตูเข้าไปโดยไม่รอคำตอบรับของเจ้าของห้อง

 

 

 

"เอลวิน!" รีไวล์สบถ ขณะก้าวเข้าห้องมา แต่ก็ต้องผงะเล็กน้อยเมื่อพบกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า

 

 

 

ห้องนั้นมืดสนิท มีเพียงแสงจากตะเกียงอันเล็กๆ กับเงาของร่างหนึ่งที่ซ่อนอยู่ข้างๆ ตู้หนังสือ

 

 

 

...แปลก

 

 

 

ไม่ใช่แปลกที่เงาร่างนั้นอยู่ข้างตู้หนังสือ แต่ขนาดเงาของร่างนั้นทำให้คนมองรู้สึกได้ว่ามีอะไรบางอย่างผิดปกติไป.....

 

 

 

"เอล...วิน? นั่นแกรึเปล่า?" แม้จะรู้อยู่แก่ใจว่าไม่ใช่ คนที่เพิ่งเข้ามาใหม่ก็ยังอยากจะได้ยินคำยืนยันจากคนที่อยู่ในห้อง

 

 

"......"

 

 

 

เงียบ.....

 

 

 

"เอลวิน!!" เขาถามอีกครั้ง ย้ำเสียงให้หนักแน่นขึ้นเพื่อทำให้มั่นใจขึ้นว่าคนฟังจะได้ยิน

 

 

"อะ...เอ๊ะ?... รีไวล์? รีไวล์เหรอ??"

 

 

 

ได้ผล... ครั้งนี้เจ้าของร่างนั้นหันกลับมาทางต้นเสียง พร้อมขยับแว่นที่เลื่อนลงมาจากสันจมูกให้กลับเข้าที่ รอยยิ้มกว้างปรากฏบนใบหน้าคุ้นเคย

 

 

 

"เธอเองเรอะ..." คนตัวเล็กบ่นอุบ ทำเป็นไม่สนใจสมาชิกทีมสำรวจที่เขาเรียกว่าเป็นของแปลก แต่ถึงอย่างนั้นก็เป็นมันสมองของกองทัพได้ดี โดยเฉพาะการค้นคว้าเรื่องเกี่ยวกับไททันที่เจ้าตัวดูจะสนใจเป็นพิเศษ "มาทำอะไรที่ห้องนี้น่ะ?"

 

 

"อ้อ... พอดีจะเอารายงานมาส่งน่ะ แล้วก็อยากหาข้อมูลเพิ่มเติมด้วย เลยลองมาดู เผื่อหมอนั่นจะเก็บอะไรดีๆ ไว้ในชั้นหนังสือไง" คนถูกถามตอบเสียงแจ้ว พยักเพยิดไปที่ชั้นหนังสือและในมือของตน ก่อนหยิบตะเกียงข้างๆ ตัวแล้วเดินสวนกับรีไวล์ออกมาพร้อมกับหนังสือสองสามเล่มที่เจ้าตัวกอดอยู่ "ถ้าไม่มีอะไรแล้วฉันไปก่อนล่ะนะ ยังมีอะไรที่ต้องทำอีกเยอะ"

 

 

"เอ้อ ฮันจิ...." รีไวล์รั้งแขนเสื้อของอีกฝ่ายไว้ก่อนที่คนถูกเรียกจะเดินออกไปพ้นจากตัวห้อง "เห็นเอลวินรึเปล่า?"

 

 

 

.....เงียบ

 

 

 

"เฮ้! ฮันจิ!?" ชายหนุ่มถามซ้ำด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด คิ้วที่ขมวดมุ่นตั้งแต่ก่อนเข้ามาอยู่แล้วยิ่งขมวดหนักขึ้นไปอีก

 

 

"อ่า...ไม่รู้สิ.... ไปตรวจกำแพงรึเปล่า?" คนถูกถามตอบไม่เต็มเสียงเท่าไหร่นัก "...เรื่องนี้ฉันว่านายน่าจะรู้ดีกว่าฉันไม่ใช่หรือไง?"

 

 

"ถ้ารู้แล้วจะถามทำไมเล่า!" รีไวล์สบถอย่างหัวเสีย แต่เขาเองก็ไม่มีสิทธิ์จะไปต่อว่าอีกฝ่าย "ช่างเหอะ ถ้าเจอหมอนั่น บอกให้มาหาฉันด้วยก็แล้วกัน"

 

 

"อื้ม... ได้เลย ถ้าเจอจะบอกให้นะ" ฮันจิรับคำ และหมุนตัวเดินกลับไปทางห้องทดลองของตน ก่อนยกมือเป็นสัญญาณบอกลาอีกฝ่าย "ไว้เจอกันนะ รีไวล์"

 

 

 

ชายหนุ่มหมุนตัวและเดินลากเท้าเอื่อยๆ กลับไปในทิศที่เขาเดินออกมา ความหงุดหงิดในใจยังคงไม่หายไป ทั้งจากเอลวิน และจากฮันจิ...

 

 

 

- ชิ... ให้มันได้อย่างนี้สิ เจ้าพวกบ้างานเอ๊ย...

 

 

 

เขาตัดสินใจเดินกลับไปรอใครบางคนที่ห้องพักของตน แทนที่จะอยู่ในห้องทำงานนั้นเหมือนเวลาปกติ...

 

 

อย่างน้อยถ้าต้องรอนานจนถึงเช้า การนอนพักบนเตียงระหว่างรอคงเหมาะกับสภาพร่างกายของเขามากกว่าการนั่งบนเก้าอี้และฟุบหลับลงบนโต๊ะทำงานที่เต็มไปด้วยเอกสารของเจ้าของห้องแน่ๆ

 

 

 

.

 

.

 

.

 

.

 

.

 

.

 

.

 

 

 

หลายชั่วโมงผ่านไป ยังไม่มีวี่แววว่าหัวหน้าหน่วยสำรวจจะกลับมา

 

 

อย่างน้อยก็ไม่ได้กลับมาเยี่ยมเขาเหมือนที่ควรจะทำ.....

 

 

 

รีไวล์ตัดสินใจลุกออกจากเตียงและเดินกลับไปที่ห้องทำงานของเอลวินอีกครั้ง ในใจคาดหวังว่าจะได้พบร่างสูงใหญ่ผมทองนั่งทำงานเอกสารในห้องที่เต็มไปด้วยหนังสือห้องนั้น ไม่ใช่ห้องที่ว่างเปล่าเหมือนตอนก่อนหน้านี้

 

 

ปลายนิ้วมือเรียวแตะลูกบิดโลหะเนื้อเย็น ก่อนกระชับมือหมุนเปิดประตูเบาๆ แต่ไม่ได้มีการเคาะประตูเพื่อบอกคนที่อยู่ข้างในด้วยกลัวว่าจะเข้าไปรบกวนสมาธิ เสียงคนคุยกันเบาๆ ที่จับใจความอะไรไม่ค่อยได้แว่วมาเข้าหูเมื่อเขาค่อยๆ แง้มประตูบานใหญ่นั้นออกช้าๆ แต่กลับรู้สึกว่าสิ่งที่อยู่กลางอกสะท้อนความรู้สึกออกมาได้ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ จนรู้สึกเจ็บ

 

 

ชายหนุ่มเงี่ยหูฟังบทสนทนาของคนในห้อง ในสมองกำลังพยายามวิเคราะห์จับน้ำเสียงว่าเจ้าของเสียงนั้นใช่เสียงของคนที่เขากำลังอยากเจอรึเปล่า...

 

 

 

"...คุณฮันจิ..... แล้วเรา... จะบอกเขายังไงดีครับ? คุณเอลวิน..."

 

 

 

...เสียงแรกที่ได้ยินชัดเจนไม่ใช่เสียงของคนที่อยากได้ยิน แต่เป็นเสียงของทหารฝึกหัดรุ่น 104 ที่อยู่ในสังกัดของเขา เอเลน เยเกอร์ ทหารฝึกหัดที่เป็นความหวังของทีมสำรวจ ณ ปัจจุบัน

 

 

 

"รออีกหน่อย... ดีกว่านะ... ฉันว่าตอนนี้เขาคงยังไม่พร้อม......"

 

 

"แต่ว่าไม่ช้าก็เร็ว เขาก็ต้องรู้อยู่ดีไม่ใช่เหรอคะ?"

 

 

"...ผม... ขอโทษ... เป็นความผิดของผมเองครับ! ผมตัดสินใจพลาดไป..."

 

 

 

เสียงที่ได้ยิน ไม่มีแม้เสียงเดียวที่คาดว่าจะเป็นของชายหนุ่มผู้เป็นหัวหน้าทีมสำรวจ... แต่เขาก็ยังคงเงียบและยืนฟังอยู่อย่างสงบ

 

 

ยิ่งฟัง ก็ยิ่งสงสัยในประเด็นที่ฮันจิและทหารฝึกหัดอีกสามคนกำลังคุยกันอยู่ แต่เขาก็ใจเย็นพอที่จะไม่วู่วามและเปิดประตูเดินเข้าไปถาม ทว่า มือที่กำลูกบิดประตูกลับบีบแน่นขึ้นจนเห็นเส้นเลือดปูดขึ้นมาที่บริเวณหลังมือ

 

 

 

- พูดอะไรซักคำสิ เจ้าบ้า อย่าเอาแต่เงียบไปหน่อยเลย ฉันรู้ว่าแกจะต้องนั่งอยู่ตรงนั้น!

 

 

 

รีไวล์นึกสบถด่าหัวหน้าของเขาในใจที่ชอบใช้ความคิดมากกว่าคำพูด หากแต่ลึกๆ แล้ว วูบหนึ่งกลับกลัวว่าสิ่งที่ไม่อยากคาดคิดจะเกิดขึ้นกับคนๆ นั้น

 

 

 

"...ไม่ใช่ความผิดของเธอ อาร์มิน การต่อสู้น่ะ ไม่มีใครผิดหรอก... "

 

 

 

ยังคงเป็นเสียงของฮันจิที่เอ่ยตอบคนที่กล่าวโทษตัวเองเมื่อครู่ และไม่มีวี่แววว่าจะได้ยินเสียงของเจ้าของห้องนั้น

 

 

...แต่เสียงของฮันจิ... เริ่มต่างไปจากปกติ.....

 

 

 

"ถ้าฉันไปได้เร็วกว่านั้นล่ะก็ มันอาจจะไม่เกิดขึ้นก็ได้..."

 

 

"ไม่หรอก ถ้าตอนนั้นฉันแปลงเป็นไททันได้ ฉันก็จะช่วยทุกคนได้ แต่ฉันมันไร้ความสามารถ!" เสียงของเอเลนหนักหน่วงขึ้นเรื่อยๆ สีหน้าเจ็บแค้นใจปรากฏชัด พร้อมกับ...

 

 

"...แต่คนที่ทำให้คุณเอลวินตายคือฉัน!"

 

 

 

...เสียงสะอื้นเบาๆ ของสมาชิกหน่วยสำรวจจากเหล่าทหารรุ่น 104 ทั้งสองนายเริ่มชัดขึ้นในโสตประสาท ขณะที่คนแอบฟังนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ

 

 

 

ช็อค...

 

 

สับสน...

 

 

เสียใจ...

 

 

เจ็บใจ......

 

 

 

เขาได้แต่หวังไปว่าสิ่งที่ได้ยินไปเมื่อครู่ไม่ใช่ความจริง... ขณะเริ่มรู้สึกถึงความร้อนที่ไหลมารวมกันที่ดวงตา มือทั้งสองกำแน่นจนเริ่มมีสีซีด ริมฝีปากซีดเผือดเริ่มมีสีเลือดจากไรฟันที่กดลงบนริมฝีปากล่าง

 

 

 

"เอเลน นายไม่ได้ผิดอะไรเลย นายเพียงแต่เชื่อใจคุณเอลวินต่างหาก!!"

 

 

"แต่ที่เขาต้องบาดเจ็บก็เป็นเพราะฉัน!! เขาเชื่อใจฉัน เชื่อว่าฉันจะทำให้แผนการมันดำเนินไปอย่างราบรื่นได้ แต่ว่า... แต่ว่า....."

 

 

"พอเถอะ เอเลน อาร์มิน... มัวแต่โทษกันไปมาก็ไม่ได้ทำให้หมอนั่นกลับมาหรอก!"

 

 

 

เสียงของฮันจิ... ครั้งนี้รู้สึกได้ถึงน้ำเสียงสะอื้น ก่อนที่จะกำมือทุบลงบนโต๊ะอย่างแรงจนอีกสามคนในห้องรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือน หนักหน่วง เจ็บใจ แต่ก็เสียใจ...

 

 

 

"แล้ว... คุณรีไวล์...." อาร์มินอ้ำอึ้ง ก่อนจะพูดต่อด้วยเสียงที่เบาจนแทบไม่ได้ยิน "เราจะบอกคุณรีไวล์... ยังไงดีครับ?"

 

 

"หมอนั่นคงหลับไปแล้วล่ะ ไว้พรุ่งนี้....."

 

 

 

หัวหน้าทหารกลั้นหายใจและผลักประตูเปิดอย่างแรงจนทั้งสี่คนที่อยู่ในห้องตกใจ และหันมามองเขาโดยพร้อมเพียงกันก่อนจะนิ่งไปโดยไม่ได้นัดหมาย ขณะที่ร่างเล็กค่อยๆ ขยับก้าวเข้ามารวมกลุ่มสนทนาด้วยทีละน้อย

 

 

บรรยากาศโดยรอบหนักอึ้ง ไม่มีใครกล้าเอ่ยอะไรออกไปมากกว่านั้น...

 

 

 

"พูดอีกทีซิ..." เสียงของรีไวล์เฉียบขาด หนักแน่น กดดันจนทำให้ทั้งสี่คนโดยรอบรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง "ฉันบอกให้พวกแกพูดไง!"

 

 

"ร....รีไวล์!" ฮันจิเป็นคนแรกที่หันมาสบตากับคนที่เพิ่งเข้ามาใหม่ บนใบหน้าหลังกรอบแว่นเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตาที่เจ้าตัวกลั้นไว้ไม่อยู่ "ฉัน... ขอโทษ!"

 

 

"เอลวิน......" ร่างเล็กพยายามคุมเสียงของตนให้นิ่ง สายตาเบี่ยงลงมาที่พื่นเพื่อซ่อนแววตาที่แท้จริงของตน ก่อนกลั้นหายใจเอ่ยปากถามสิ่งที่ทำร้ายความรู้สึกของตัวเองในตอนนี้มากที่สุดเพื่อยืนยันสิ่งที่เขาได้ยิน "หมอนั่น...ตาย...ยังไง........."

 

 

"เขา....ช่วยผม...." อาร์มินเสียงสั่น ก่อนที่ร่างเล็กนั้นจะคุกเข่าลงตรงหน้าของหัวหน้าทหาร "เขา...ดึงผมออกมา............ ก่อนที่เอเลนกับมิคาสะจะมาช่วยผม.....แล้ว.........."

 

 

 

ประโยคต่อจากนั้นไม่สามารถเรียบเรียงออกมาได้เป็นคำพูด.... เสียงสะอื้นอย่างหนักจากร่างของนายทหารฝึกหัดผู้มีมันสมองเก่งกาจจนได้รับการยอมรับจากเอลวินได้แต่ก้มหน้าร้องไห้ด้วยความเสียใจ และโทษตัวเองอยู่แบบนั้นซ้ำไปซ้ำมา ยิ่งทำให้บรรยากาศโดยรอบนั้นหดหู่ลงไปอีก

 

 

 

"...เหรอ? แล้วยังไงอีก?......."

 

 

 

เนิ่นนาน กว่ารีไวล์จะเอ่ยคำพูดทำลายความเงียบขึ้นมา...

 

 

น้ำเสียงเรียบนิ่งราวกับเห็นเป็นเรื่องปกติ ซึ่งคงไม่แปลกนักเมื่อเทียบกับการที่เขาได้มายืนอยู่ตรงนี้ในตำแหน่งหัวหน้าทหารผู้ที่เชี่ยวชาญการรบ แน่นอน...เขาต้องรับรู้ว่าพลทหารในสังกัดเสียชีวิตไปในการรบนับครั้งไม่ถ้วน...

 

 

...ครั้งนี้ก็เช่นกัน แต่ที่ต่างออกไปคือ...

 

 

คนๆ นั้นกลับกลายเป็นคนที่สำคัญสำหรับชีวิตของเขามากที่สุด

 

 

 

"เขา...สั่งให้ผมถอยทัพ...." เอเลนเล่าต่อเมื่อเห็นว่าเพื่อนของเขาอยู่ในสภาพที่ไม่สามารถควบคุมน้ำเสียงตนเองได้ "...'ไม่ต้องห่วงฉัน รีบไปซะ พวกนายต้องทำภารกิจนี้ให้ลุล่วง!' เป็นคำสั่งสุดท้ายที่เขาสั่งพวกผมครับ..."

 

 

"แล้วพวกนายทำยังไงต่อ..." หัวหน้าทหารกลืนก้อนเหนียวๆ ลงคอไป ก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่ถูกบังคับให้ปล่อยออกมาอย่างไร้ความรู้สึก

 

 

 

แต่นั่น...หลอกสายตาของฮันจิไม่ได้.....

 

 

 

"รีไวล์ พอเถอะ...." ฮันจิเดินเข้ามาและดึงร่างที่เล็กกว่าเข้าไปกอดแน่น รู้สึกถึงความร้อนจากหยดน้ำที่หลังรินออกมาบนบ่าเล็ก "ฉัน...ขอโทษที่ไม่ได้บอกนายแต่แรก....."

 

 

"......"

 

 

"คุณรีไวล์....." อาร์มินเอ่ยเรียกชื่อหัวหน้าของเขาด้วยเสียงที่เบาราวกับกระซิบ "คุณเอลวิน..."

 

 

"ช่างเถอะ... หมอนั่นก็เหมือนกับคนอื่นๆ นั่นแหละ เสียสละตัวเองเพื่อการตอบโต้ของมวลมนุษย์กับไททัน... ขอให้พวกแกเก็บความเสียใจและความแค้นครั้งนี้ไว้เป็นแรงผลักดันในการต่อสู้กับไททันครั้งหน้าแล้วกัน"

 

 

 

รีไวล์ไม่ได้มีท่าทีเสียใจให้เห็น... ต่างจากฮันซี่ เอเลน และอาร์มิน ขณะที่มิคาสะก็ทำได้เพียงปลอบโยนเพื่อนสนิทของเธอทั้งสองคน

 

 

อาร์มินดึงบางสิ่งบางอย่างออกมาจากภายในเสื้อ และค่อยๆ ยื่นมันให้กับรีไวล์ด้วยมือที่สั่นเทา...

 

 

 

"ผม...พาเขากลับมาได้แค่นี้ครับ...."

 

 

 

ทันทีที่เห็น คนมองก็จำได้แม่นว่าผ้าคลุมผืนนั้นเป็นของเขา เป็นผืนที่เขาแลกกับเอลวิน...

 

 

...ความเจ็บปวด แล่นเข้าจู่โจมหัวใจที่คิดว