[Titan] Fiction: Hold Me (Erwin x Levi)

posted on 06 Jul 2013 22:12 by lightvampire in Anime-and-Manga, Fiction directory Fiction, Cartoon
 
 
ตอนแรกกะจะเขียนเป็นฟิคเล็ตสั้นๆ.....
 
 
 
ไหงมันยาวขึ้นมาขนาดนี้วะ.... /กุมขมับ....
 
 
 
สงสัยเพราะเคาะบรรทัดเยอะด้วยมั้ง ก้ากกก....
 
 
เอาเหอะ... แปะเลยละกัน /เขิล/
 
 
 
ดราม่าอีกแล้วฮะ....
 
 
 
 
 

Title: Hold Me

Type: BL

Fandom: Shingeki no Kyojin/Attack on Titan

Pairing: Erwin x Levi

Rating: PG

 

 

 

 

 

 

หยดของเหลวสีเข้มไหลเรื่อยลงมาตามฝ่ามือที่สัมผัส ใบหน้าหล่อเหลาเปรอะเปื้อนไปด้วยสีแดงฉานของเลือดที่ได้รับมาจากสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่ที่มนุษย์เรียกกันว่า ไททัน

 

 

คมดาบสีเงินสะท้อนแสงอาทิตย์ตวัดลงกลางหลังคอของศัตรู ทั้งเร็ว แรง และลึก จนร่างใหญ่โตล้มลงไปอย่างเชื่องช้าด้วยขนาดตัว

 

 

กลุ่มควันจากฝุ่นที่พื้นดินค่อยๆ ก่อตัวขึ้นหลังจากร่างของไททันล้มลงไปที่พื้น จนทำให้ทัศนียภาพบริเวณนั้นไม่สู้ดีนัก

 

 

ใบหน้าของชายหนุ่ม เต็มไปด้วยความโกรธแค้นอย่างที่แทบไม่เคยเป็น...

 

 

และค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นสีหน้าที่บิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดเมื่อสายตาพลันมองเห็นร่างของคนๆ หนึ่งนอนนิ่งอยู่ใกล้ๆ

 

 

 

แน่นิ่ง.... 

 

 

 

"รีไวล์!"

 

 

 

ลำคอของชายหนุ่มแห้งผาก เมื่อต้องการจะเอ่ยชื่อบุคคลใต้บังคับบัญชาที่ได้ชื่อว่าเป็นคนที่เชื่อใจที่สุด จนเสียงที่เปล่งออกมาราวกับเป็นเสียงกระซิบก็ไม่ปาน

 

 

 

"รีไวล์!!!" 

 

 

 

เสียงที่เคยทุ้มนุ่มกลับฟังดูแหบพร่า ขณะที่ฝ่ามือค่อยๆ คลายจากด้ามจับดาบที่ถูกชโลมด้วยเลือด และเปลี่ยนมาเป็นมือของคนที่นอนแน่นิ่งอยู่ตรงหน้าเขาแทน

 

 

ลมหายใจ... แผ่วเบาราวกับไม่มีชีวิต......

 

 

 

"ลืมตาสิ รีไวล์!!!"

 

 

 

เปลือกตาหนักอึ้งของเจ้าของชื่อค่อยๆ เปิดขึ้นมาเมื่อถูกเขย่าเรียก ภาพที่ปรากฏตรงหน้าเขาไม่ใช่ใครอื่น...

 

 

เอลวิน สมิธ...

 

 

 

"รีไวล์! นาย...ไหวมั้ย...?"

 

 

"ฉัน.......นึกว่า.......ประสาทรับความรู้สึก....ของแก....จะด้านชาไปแล้ว.......ซะอีก......"

 

 

 

 

เสียงที่ตอบกลับมานั้นแผ่วเบา ไม่ต่างอะไรกับลมหายใจของคนพูด ขณะที่ร่างทั้งร่างถูกยกขึ้นด้วยแขนแกร่งอย่างง่ายดาย

 

 

 

"หยุดพูดเถอะ! ฉันจะพานายกลับเมืองนะ ต้องรักษาโดยด่วน!"

 

 

"ฮะ.........ฮะๆๆๆ......."

 

 

 

คนตัวเล็กยกยิ้มจางๆ ก่อนที่เปลือกตานั้นจะปิดลงช้าๆ

 

 

ใบหูของเขาแนบกับแผ่นอกกว้างของอีกฝ่าย

 

 

รู้สึกถึงความร้อนจากร่างใหญ่นั้น และวงแขนแกร่งแสนคุ้นเคยที่ยกร่างของเขาไว้แนบชิด

 

 

ได้ยินเสียงหัวใจเต้น.... ทั้งแรง... ถี่... และชัดเจน...

 

 

ชัด จนแทบจะทะลุออกมาจากอก....

 

 

 

"นี่....เอลวิน....."

 

 

 

กลีบริมฝีปากบางฝืนใช้กำลังที่เหลืออยู่น้อยนิดเผยอขึ้นเพื่อเรียกความสนใจจากผู้เป็นหัวหน้าที่กำลังควบม้าอย่างเร่งรีบกลับไปที่ประตูเมือง

 

 

ฝ่ามือที่เคยสะอาดสะอ้านจากนิสัยรักความสะอาด บัดนี้เต็มไปด้วยสีของโลหิต... ทั้งจากบาดแผลบนร่างกาย และจากสิ่งมีชีวิตที่คอยคุกคามมนุษย์ตลอดระยะเวลาร่วมร้อยปีที่ผ่านมา

 

 

 

"พอเถอะ ฉันบอกให้นายหยุดพูดไง!"

 

 

"....จับมือ.....ฉัน........" 

 

 

 

คนเจ็บยังคงฝืนกัดฟันพูด แม้เสียงนั้นแทบจะเบาจนไม่ได้ยิน

 

 

มือเรียวที่ถูกย้อมไปด้วยของเหลวสีแดงเข้มยกขึ้นมาสัมผัสกับใบหน้าและสันกรามของคนที่กำลังพาเขากลับเมือง

 

 

ใบหน้าที่เคยไร้ความรู้สึกเมื่อต้องเห็นผู้ใต้บังคับบัญชาสละชีวิตไป บัดนี้กลับแสดงความรู้สึกออกมาอย่างชัดเจน.....

 

 

 

เวลา... ผ่านไปอย่างเชื่องช้า...

 

 

ระยะทางที่เคยดูเหมือนใกล้ ในยามนี้คนเป็นหัวหน้ากลับรู้สึกว่าประตูเมืองนั้นช่างห่างไกลเหลือเกิน...

 

 

แม้จะพยายามควบม้าได้เร็วแค่ไหน ก็ไม่สามารถลดความกังวลบนใบหน้าหล่อเหลานั้นได้เลย...

 

 

 

...หัวใจ... รวดร้าวจนแทบจะแตกเป็นเสี่ยงๆ..... 

 

 

 

 

"ฟังฉันนะ นายหยุดพูด แล้วกอดฉันไว้ให้แน่นๆ อีกเดี๋ยวก็ถึงแล้ว อดทนไว้นะ รีไวล์!"

 

 

 

น้ำเสียงที่ถูกเปล่งออกมา แสดงถึงความรู้สึกภายในใจคนพูดอย่างชัดเจน

 

 

ทั้งร้อนรน เจ็บปวด โกรธแค้น..... และแฝงไปด้วยความกลัว.......

 

 

 

"ถ้าไม่ทำ... แก....อาจจะ......ไม่มีโอกาส...... อีกแล้ว......นะ...."

 

 

 

น้ำหนักเสียงที่ถูกเอ่ยออกมาผ่านริมฝีปากบางคู่นั้น ทั้งแผ่วเบา และขาดห้วง...

 

 

 

"...เอล.....วิน......"

 

 

 

เสียงนั้นยิ่งแผ่วลงทุกที... เบาจนคนฟังรู้สึกใจหาย.......

 

 

ขณะที่ความเจ็บปวดเริ่มคุกคามเข้ามาในจิตใจ เมื่อต้องเห็นร่างกายของอีกฝ่ายค่อยๆ แน่นิ่ง ไร้การตอบสนองไป

 

 

 

"...อย่าตายนะ รีไวล์! นายจะตายตอนนี้ไม่ได้นะ!!!"

 

 

 

เสียงของคนพูด ทั้งแหบพร่า และสั่นเครือด้วยความกลัว...

 

 

กลัวว่าจะเสียคนที่สำคัญที่สุดไป...... 

 

 

มือแกร่งที่กุมบังเหียนม้าข้างหนึ่งรีบคว้าเอามือของคนในอ้อมแขนที่แตะอยู่บนใบหน้าของเขามาบีบแน่น หวังเพียงแต่ว่าความรู้สึกของเขาจะส่งไปถึงหัวใจของอีกฝ่าย

 

 

 

....ไร้การตอบสนอง.......... 

 

 

 

ความเย็นของฝ่ามือข้างนั้น... เย็นเยียบจนน่าใจหาย......

 

 

...ความหวังที่จะช่วยชีวิตคนสำคัญ เริ่มไกลออกไปทุกที ขณะที่ความร้อนเริ่มก่อตัวขึ้นเบื้องหลังดวงตาสีฟ้าคราม...

 

 

ในใจของชายหนุ่มได้แต่ถามว่าทำไม... ทำไมถึงไม่ใช่เขาที่ควรจะได้รับบาดเจ็บ?

 

 

ทำไมถึงไม่ใช่เขา ที่ควรจะตายไปเพราะฝีมือทางการรบเทียบกับคนตรงหน้าแทบไม่ติด?

 

 

......และทำไม สาเหตุของเรื่องในครั้งนี้ถึงเป็นตัวเขาเองที่พลาด และทำให้อีกฝ่ายรับเคราะห์ไปแทน?

 

 

 

"รีไวล์!!!!"

 

 

 

.

 

 

.

 

 

.

 

 

.

 

 

.

 

 

.

 

 

.

 

 

 

 

"ฉัน.....ขอโทษ........"

 

 

"ขอโทษทำไม? ฉันไม่ได้ตายซะหน่อย... ถ้าจะขอโทษน่ะ ไสหัวออกไปขอโทษครอบครัวของคนที่ตายไปแล้วไม่ดีกว่าเรอะ?"

 

 

"ให้ตายสิ นายไม่รู้หรือไงว่าฉัน....."

 

 

"อะไรของแกวะ? แผลแค่นั้นไม่ทำให้ตายง่ายๆ หรอกโว้ย!"

 

 

"ขอโทษนะ รีไวล์... ฉันขอโทษ...."

 

 

 

ฝ่ามือแกร่งคว้าเอามือของคนเจ็บที่นอนอยู่บนเตียงมาบีบแน่น...

 

 

ครั้งนี้...ฝ่ามือเล็กนั้นไม่ได้เย็นเยียบ และเปรอะเปื้อนไปด้วยสีแดงเข้มเหมือนครั้งก่อน....

 

 

เขารู้สึกได้ถึงชีพจรและแรงดันเลือดของบุคคลสำคัญตรงหน้า เมื่อได้จับมือนั้นอีกครั้ง

 

 

ความรู้สึกหนักอึ้งในใจที่เคยรู้สึกเมื่อก่อนหน้านี้ค่อยๆ เริ่มจางหายไป และถูกแทนที่ด้วยความโล่งใจ หลังจากที่ไม่ได้รู้สึกมาร่วมสัปดาห์....

 

 

 

"ไม่อยากจะเชื่อ... คนอย่างแกขอโทษคนอื่นเป็นด้วยหรือไง? จะถือว่าเป็นเกียรติรึเปล่าที่แกขอโทษฉัน?"

 

 

 

น้ำเสียงที่ตอกกลับมาเรียบนิ่ง แต่คนฟังกลับรู้สึกได้ถึงความรู้สึกจางๆ ที่แฝงอยู่... เหมือนจะน้อยใจ แต่ก็เจือไปด้วยความดีใจ

 

 

ร่างสูงที่นั่งนิ่งฟังไร้ข้อโต้แย้ง... เขารู้ดีว่าพูดอะไรต่อไปก็คงไม่มีประโยชน์...

 

 

วงแขนแกร่งรวบโอบกอดเอวของร่างเล็กโดยไม่ให้สัญญาณ...

 

 

ดวงตาคมสีดำขลับเบิกกว้างด้วยความตกใจ ก่อนที่วงแขนนั้นจะกระชับระยะห่างระหว่างร่างของเขากับอีกฝ่ายให้แน่นขึ้น ราวกับเป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่ไม่อยากสูญเสียไป

 

 

ใบหน้าหล่อเหลาซบลงบนแผ่นอกเล็กที่ถูกผ้าพันแผลพันพาดผ่าน ใบหูแนบชิดตำแหน่งที่ตรงกับหัวใจ ฟังเสียงเพื่อยืนยันการมีชีวิตอยู่ของคนตรงหน้า

 

 

ริมฝีปากหนาเอ่ยเสียงกระซิบแผ่วเบาด้วยเสียงที่สั่นเครืออย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

 

 

 

"ขอบคุณ... ที่ยังมีชีวิตอยู่นะ....รีไวล์.... ขอบคุณมาก.......ที่ไม่ทิ้งฉันไป..."

 

 

 

ฝ่ามือเล็กเอื้อมมาแตะที่เรือนผมสีทองของร่างตรงหน้า แผ่วเบา แต่ก็ทำให้อีกฝ่ายรู้สึกถึงตัวตนของเขา...ที่ยังมีชีวิตอยู่......

 

 

 

"เออ... รู้แล้วน่ะ....."

 

 

 

ชั่วขณะหนึ่ง เขารู้สึกถึงกลุ่มไอความร้อนที่ก่อตัวขึ้นบริเวณผ้าพันแผล พร้อมๆ กับรู้สึกถึงความชื้นที่ซึมผ่านผ้ามาถึงผิวกายของตน แต่ก็เลือกที่จะไม่ใส่ใจกับมัน...

 

 

เพราะคนที่ปล่อยความร้อนนั้นออกมาก็คงไม่อยากให้เขาพูดถึงมันเท่าไหร่....

 

 

 

นานแค่ไหนแล้วนะ ที่ผู้ชายคนนี้ไม่ได้หลั่งน้ำตาให้กับคนที่ต้องเสียสละตัวเองเพื่อปกป้องผู้คนในกำแพง....

 

 

นานแค่ไหนแล้ว ที่ต้องปกปิดความอ่อนแอนั้นไม่ให้ใครเห็น เพียงเพราะตัวเองดำรงตำแหน่งหัวหน้าหน่วยสำรวจผู้ไม่เคยยอมแพ้......

 

 

...เขารู้ดีว่ามันเจ็บปวดมากแค่ไหน...... ที่ไม่สามารถแสดงความรู้สึกที่แท้จริงให้คนอื่นเห็น.....

 

 

 

เพราะเขาเอง... ก็ไม่ได้รู้สึกต่างออกไปจากคนตรงหน้านี้เลย...

 

 

 

"...ขอโทษ....ที่ทำให้เป็นห่วงนะ เอลวิน......"

 

 

 

 

 

 

-----------------------END


 

 

 

โอ่วว.... จบแบบ.....แฮปปี้มั้ง? แฮ่...........

 

ไม่รู้เป็นอะไรแต่รู้สึกหลงรักคู่นี้ที่มันดราม่าๆ ล่ะ พลอตนี้ก็ อยู่ดีๆ ก็อยากเขียนขึ้นมา....

 

เสพแฟนอาร์ตแนวนี้เยอะจนอาจจะติด...ล่ะมั้ง....

 

 

เอาเป็นว่าคิดเห็นยังไงก็ติชมและสครีม (?) กันได้ครับบ ขอบคุณสำหรับคอมเมนท์ล่วงหน้าฮะ

 

ขอให้ไม่เจอ 502 504 Bad gateway นะ XD

 

เจอกันพรุ่งนี้ที่มารุยะครับ ♥

 

 

Comment

Comment:

Tweet

นึกว่าเฮย์โจวจะตายซะแล้ว

#6 By Apple Acid on 2013-08-04 17:12

แฮรรร่--- ใจจะหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม ; w ; 
หน่วงและหนึบอะเกนน แต่ยังแฮปปี้ให้โล่งใจ5555
ยังไงตัวเล็กก็ต้องอยู่กับป๋า คู่แล้วไม่แคล้วกันหรอก เมียถึกเป็นศรีแก่ดันโจวนะคะๆ /โดนเฮย์โจวตบบ
เหมือนมาสแปมบล็อกแวมป์ซังรัวๆ ขอบคุณสำหรับฟิตฮับ ฟินมากกก U v U,,

#5 By JJkizz on 2013-07-10 01:47

ใจหายวูบ
นึกว่าเตี้ยจะไปซะแล้ว
ตุ้ม ๆ ต่อม ๆ ตุ้ม ๆ ต่อม ๆ
โชคดีที่คนมันดวงแข็ง
แต่ไอตอนระทวยก็พูดซะคนอ่านใจหาย
เชื่อแล้วว่า...คนเรา...เวลาอ่อนแอ
ก็...อ่อนแอจริง ๆ นั่นแหละ (ฮา)
แต่พอกลับมาแข็งแรง
ต่อมซึนก็ทำงานเต็มสตรีมจริง ๆ

เอรุริ เลิฟฟฟฟฟฟฟฟ 

#4 By P-chan on 2013-07-09 08:00

โฮร่ววววววววววววววววววววววววววววว
นึกว่าจะจบดราม่าซะแล้ว 555+
ดีจริงๆที่ยังไม่ตาย T[]T
ฟิคมันกสเ่วหสาวฟสาเดวสเาวว มากๆอ่ะ อ่านไปลุ้นไป แอร๊ยยยยยยยยยยยยยยยย

#3 By MinMin (::|58.9.189.247) on 2013-07-08 23:25

ครึ่งแรกสะเทือนอารมณ์มากเลยแวมป์ซังอ่านไปลุ้นไป...
แต่พอเห็นครึ่งหลังแล้วโล่งใจเลยค่ะ นึกว่าต้องเสียน้ำตาให้ซะแล้ว~~ 555 XD

#2 By ส้มหลุน (103.7.57.18|171.98.8.124) on 2013-07-07 02:12

เเอร๊ย ~  เริ่มเรื่องมาดราม่าซะใจหาย
สุดท้ายก็เเฮปปี้ #โล่งใจ
เอลวินนี้โชคดีนะคะ มีเคะถึก 5555
ฟิคไททั่นท่านเเต่ละเรื่องนี้กระชากใจมากค่ะ ........ในหลายๆความหมาย  
ขอบคุณสำหรับฟิคเเซ่บๆนะคะ =w=

#1 By คนที่ผ่านมา (103.7.57.18|171.4.175.38) on 2013-07-07 02:01

LightVampire View my profile

Creative Commons License
.