[The Silmarillion] Fiction: Winter Wind (Ereinion/Oropher) 2

posted on 08 Oct 2014 22:53 by lightvampire in Fiction directory Fiction

Title: Winter Wind (Part 2)
Fandom: The Silmarillion
Type: BL/Angst
Pairing: Ereinion Gil-Galad/Oropher
Rating: PG




---------------------------------------------------------


เสียงธารน้ำไหลไม่ขาดสาย ดั่งใจของผู้เฝ้ามองที่ไม่สงบ…


ไม่เคยสงบตั้งแต่ครั้งที่เขาได้รับอนุญาตจากองค์วาลาร์ให้เข้ามาอยู่ ณ สถานที่แสนสงบแห่งนี้


สิ่งที่เขาทำ ถูกต้องหรือไม่…?

ยังคงมีความขัดแย้งในใจของโอโรแฟร์เรื่อยมา นับตั้งแต่วันที่เขาจากมิดเดิลเอิร์ธ ในวันที่ทุ่งดาร์โกลัดลุกเป็นไฟ


บึงน้ำจำนวนมากมายถูกย้อมให้เป็นบึงสีแดงฉานด้วยร่างไร้วิญญาณของเหล่าพรายซิลวันผู้อยู่ใต้การปกครองของตนยังคงติดตรึงอยู่ในใจ

และสาเหตุไม่ใช่สิ่งอื่นใด นอกเหนือไปจากการยอมสละกองทัพของตนเองเพื่อเป็นทัพหน้าให้กับจอมกษัตริย์ผู้เกรียงไกร


เขารู้ดี… และไม่เคยสงสัยในความสามารถของคนผู้นั้นเลย


มิดเดิลเอิร์ธต้องการกษัตริย์ที่เก่งกล้า เช่นกิล-กาลัด เพื่อความเป็นปึกแผ่นของอิสระชนทุกเผ่า เหมือนกับที่เขารวบรวมกองทัพเพื่อต่อสู้นำความสงบสุขของแผ่นดินกลับคืนมา


กิล-กาลัดไม่ควรจบชีวิตในสงครามครั้งนี้



แต่ยังมีอีกสาเหตุหนึ่ง ซึ่งเขาพยายามปฏิเสธมันมาตลอด…

ทว่า… ย่อมไม่ใช่กับเทพนาโม


คำพูดของเทพวาลาร์ผู้ดูแลสถานที่แห่งนั้นสะท้อนอยู่ในใจของโอโรแฟร์ นับตั้งแต่วันที่เขาได้รับอนุญาตให้ใช้ชีวิตอยู่ภายในท้องพระโรงแห่งการรอ คอย


แม้ว่าเขาจะแสดงท่าทีไม่เป็นมิตรในทุกๆ ครั้งที่กษัตริย์กิล-กาลัดเข้ามาใกล้ด้วยความรู้สึกอันหนักแน่นที่เจ้าตัวไม่เคยปิดบัง


ความมั่นคงในหัวใจของจอมพรายแห่งกรีนวู้ดก็เริ่มสั่นคลอน


...และสำหรับพรายอย่างเขา มันเป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้นเป็นครั้งที่สอง



ข้าคงให้ท่านได้เพียงเท่านี้… เอเรนิออนเอ๋ย ตัดใจจากข้าเสียเถิด…




โอโรแฟร์ยังคงยืนมองสายธารน้ำที่ไหลผ่านอย่างสงบ แม้ในใจจะรู้สึกว้าวุ่นนัก

ประโยคเพียงหนึ่งประโยคของเทพนาโมยังคงสะท้อนอยู่ภายใน


อดีตจอมกษัตริย์แห่งกรีนวู้ดเดินก้าวเท้าเลียบลำน้ำไปอย่างเชื่องช้า พร้อมกับพยายามสงบจิตใจของตนลง


ราวกับมีสิ่งใดสิ่งหนึ่งดลบันดาลให้เขาหยุด และทอดสายตามองไปยังฝั่งตรงข้ามของลำน้ำ ที่ซึ่งมีต้นไม้ใหญ่น้อยขึ้นอยู่เรียงราย ชายป่าสีเขียวชะอุ่มทำให้เขาพอสงบใจลงได้บ้าง ทว่า...



“เจ้าอาจจะหนีจากคนผู้หนึ่งได้ แต่หนีไปจากใจตัวเองไม่ได้ดอก...”



เสียงของเทพนาโมผุดขึ้นมาในห้วงความคิด



“แล้วเจ้าจะได้รู้...”



ร่างหนึ่งนอนสลบไสลอยู่ใต้เงาของต้นบีชสูงใหญ่…

โอโรแฟร์นึกโกรธตัวเอง ที่ชื่อของคนที่เขาไม่อยากพบมากที่สุด กลับผุดขึ้นมาในใจเป็นชื่อแรก


เขาได้แต่ภาวนา

…ชีวิตที่เสียสละเพื่อเป็นทัพหน้าให้แก่เขา ยังไม่เพียงพอที่จะทำให้เขามีชีวิตอยู่ต่ออีกหรือ?


จอมพรายผู้มีเกศาสีเงินหยุดนิ่งระหว่างทางข้ามไปยังตลิ่งของอีกฝั่งลำน้ำ ชั่งใจว่าควรจะปล่อยให้ผู้อื่นมาพบ หรือก้าวข้ามไปเพื่อยืนยันตัวตนของพรายปริศนาผู้นั้นให้แน่ชัด


ความคิดสั่งการให้เขาเลือกทำอย่างแรก แต่ร่างกายกลับเลือกอย่างหลัง และเดินก้าวข้ามลำน้ำไป

เสียงของหัวใจดังขึ้นทุกครั้งที่ร่างสูงโปร่งก้าวเดิน ยิ่งใกล้เท่าไหร่ ยิ่งไม่อยากยอมรับความจริงเท่านั้น


ภาพของร่างตรงหน้าชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ… โอโรแฟร์มั่นใจ แม้จะเห็นเพียงแผ่นหลัง และเส้นเกศาสีดำสนิท…



“กิล-กาลัด...”



อดีตกษัตริย์พรายเอ่ยเสียงพร่า ก่อนทรุดตัวลงนั่งข้างๆ ร่างของบุรุษที่ยังคงหลับไหลอยู่ภายใต้ร่มเงาของไม้บีชสูงใหญ่…



เอเรนิออน...



ปลายนิ้วเรียวยาวค่อยๆ เกลี่ยไรผมหยักศกสีดำสนิทอย่างเบามือ เผยให้เห็นดวงหน้าของบุรุษโนลโดรินคนเดิมที่เขาเคยนึกรังเกียจเมื่อครั้งยัง อยู่บนแผ่นดินมิดเดิลเอิร์ธ


เจ้าของนามลืมตาขึ้น หลังจากที่ปล่อยใจของตนให้ล่องลอยไปกับกระแสแห่งโชคชะตามาชั่วระยะเวลาหนึ่ง

ราวกับเห็นนิมิตในฝัน เมื่อคนที่เขาอยากพบที่สุดอยู่ตรงหน้า…


ดวงหน้างดงามขาวซีดราวกับหิมะยังคงไม่แสดงอารมณ์ใดๆ ออกมาให้เห็น เหมือนกับทุกครั้งที่พวกเขาพบกัน แม้รูปลักษณ์ภายนอกจะยังแสดงให้เห็นเพียงความเย็นชา หากครั้งนี้กลับรู้สึกถึงความแตกต่าง

กิล-กาลัดเบิกตากว้าง เมื่อรับรู้ได้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่ความฝัน



“ท่าน…!”


“ถ้าท่านไม่ได้บาดเจ็บอะไร ข้าก็คงต้องขอตัว...”



โอโรแฟร์ลดมือลงจากใบหน้าของอีกฝ่าย และทำท่า่จะลุกขึ้นยืน



เดี๋ยวสิ! โอโรแฟร์!”



อดีตกษัตริย์กิล-กาลัดผุดลุกขึ้นนั่งแทบจะทันที มือข้างหนึ่งยันพื้นเพื่อทรงตัว อีกข้างที่ว่างฉวยข้อมือของเทเลรินเอลฟ์ผู้ที่เขาเคยมอบหัวใจให้เมื่อครั้ง ยังอยู่บนแผ่นดินของผู้ที่ยังมีชีวิต


ดวงตาสีมรกตคู่งามปรายกลับมาจับจ้องร่างนั้น ก่อนหลุบต่ำลงมองข้อมือของตนที่ถูกบุคคลตรงหน้ารั้งไว้


...นั่นเป็นครั้งแรก ที่เขาได้สัมผัสกับผิวกายของโอโรแฟร์



“มีอะไรก็ว่ามา...”


“ข้าดีใจเหลือเกิน… นึกว่าจะไม่มีโอกาสได้พบท่านอีกแล้ว”



กิล-กาลัดรู้สึกได้ถึงระยะห่างระหว่างเขากับบุคคลตรงหน้า

...บางที ความพยายามของเขาอาจจะเริ่มสัมฤทธิ์ผลแล้วก็เป็นได้



“แต่ข้าไม่อยากพบท่าน… ที่นี่...”


“ตอบข้าสิ ท่านจงใจใช่หรือไม่?”


“ท่านพูดถึงเรื่องอะไร?”


“ท่านจงใจนำทัพออกไปก่อนที่ข้าจะบอก ท่านจงใจเป็นทัพหน้าให้กองทัพของข้าใช่หรือไม่?”



กิล-กาลัดย้ำถามโอโรแฟร์ด้วยคำถามที่ค้างคาใจเขามานาน นับตั้งแต่ตอนที่เขานำทัพออกรบเพื่อกอบกู้ความสงบสุขให้แก่แผ่นดินมิดเดิลเอิร์ธ


ความเฉลียวฉลาดของกิล-กาลัดอ่านการกระทำของโอโรแฟร์ออกอย่างทะลุปรุโปร่ง แต่ก็สายเกินไป



“ข้าบอกท่านไปแล้วไม่ใช่หรือ ว่าข้าจะไม่อยู่ภายใต้การนำทัพของผู้ใด”


“ท่านวางแผนไว้ตั้งแต่แรกแล้ว ก่อนข้าจะไปพบท่านที่กรีนวู้ดเสียอีก”



น้ำเสียงของบุรุษโนลโดรินที่เอื้อนเอ่ยประโยคนั้นไม่นิ่งเอาเสียเลย



“ทำไมข้าถึงเขลาเช่นนี้…? ถ้าหากรู้ว่าท่านจงใจพาชีวิตไปทิ้ง ข้าคง...”


“สงครามก็ต้องมีการเสียสละ เป็นเรื่องที่แน่นอนอยู่แล้วไม่ใช่หรือ?”



สายลมอ่อนๆ พัดพาละอองน้ำใสจากลำธารผ่านร่างของพรายทั้งสอง ดวงตางดงามทั้งสองคู่ประสานกัน ความเงียบงันเข้าปกคลุม มีเพียงเสียงของกระแสน้ำที่ยังคงไหลเอื่อยไปตามเส้นทางของมัน



“ท่าน...จงใจหนีจากข้ามาอย่างนั้นสิ”


“ผู้ใดเล่าจะอยากสิ้นชีพในสนามรบ? ข้ามาที่นี่เพียงเพราะข้าพลาดพลั้งไปในการศึกสงคราม เหตุผลมันก็เท่านั้น”



กิล-กาลัดยังไม่ปักใจเชื่อในสิ่งที่ตนได้ยิน



“ท่านไม่เชื่อข้า อย่างนั้นสินะ?”



โอโรแฟร์อ่านสีหน้าของกิล-กาลัดออกได้โดยง่าย จึงขืนมือของตนออกจากการเกาะกุมของอีกฝ่าย และลุกขึ้นยืนอย่างไม่รีบร้อน พยายามควบคุมทุกการเคลื่อนไหวให้ราบรื่น ก่อนจะผินหน้าไปในทิศที่เขาจากมา ข้ามลำธารไปในเขตป่าของอีกฝั่ง


จุดประสงค์ที่แท้จริง คือหลบสายตาอันแสนหนักแน่นและมั่นคง รวมทั้งแสงที่เปล่งประกายงดงามชวนหลงใหลในดวงตาสีฟ้าครามคู่นั้น ดวงตาของผู้ที่สามารถสั่นคลอนทิฐิและความมั่นคงในใจของเขามานับครั้งไม่ถ้วน เมื่อได้สบตา



“ข้าตอบท่านได้เพียงเท่านี้ และไม่ว่าจะถามกี่ครั้ง ข้าก็ยืนยันดังที่ข้าตอบท่านไปเมื่อครู่”



จอมพรายผมเงินเอ่ยโกหกคำโต และผู้ฟังอาจหลงเชื่อจนสนิทใจ หากโอโรแฟร์ไม่เบือนหน้าหนีเขาไป



“ข้าขอถามท่านเป็นคำถามสุดท้าย โอโรแฟร์…”



อดีตกษัตริย์แห่งโนลดอร์ผู้มาใหม่ถอนหายใจ ก่อนลุกขึ้นยืน และก้าวเข้ามายืนตรงหน้าพรายเทเลรินผู้ที่เอเรนิออนมอบความรักให้หมดใจ หากไม่เคยได้รับสิ่งใดตอบแทน นอกเสียจากความเย็นชาดั่งภูเขาที่ปกคลุมไปด้วยหิมะ



“หากข้าไม่ใช่โนลดอร์ ท่านจะซื่อสัตย์ต่อความรู้สึกของท่านมากกว่านี้หรือไม่?”



โอโรแฟร์รับรู้ได้ถึงน้ำเสียงที่ตัดพ้อของผู้พูด จึงพยายามไม่ใส่ใจ ไม่ให้ความหวัง และไม่ตอบคำถาม หากเอเรนิออนไม่หยุดการกระทำเพียงเท่านั้น



“ท่านจะทำร้ายใจข้าอีกเท่าไหร่ ถึงจะปฏิบัติกับข้าดั่งวงศ์วานวันยาร์และเทเลรี?”



เอเรนิออนเอ่ยต่อด้วยเสียงที่พยายามควบคุมให้นิ่ง ก่อนสบตากับอีกฝ่าย ความหวั่นไหวแสดงออกแจ่มชัดในดวงตาสีฟ้าคราม



“ถ้าอย่างนั้นข้าถามกลับบ้าง… หากหัวใจท่านเจ็บนัก เหตุใดจึงไม่ยอมตัดใจจากข้าเสียเล่า?













---------------TBC

Comment

Comment:

Tweet

LightVampire View my profile

Creative Commons License
.