[The Silmarillion] Fiction: Winter Wind (Ereinion/Oropher) 4

posted on 16 Oct 2014 23:55 by lightvampire in Fiction directory Fiction
 
Title: Winter Wind (Part 4)
Fandom: The Silmarillion
Type: BL/Angst
Pairing: Ereinion Gil-Galad/Oropher
Rating: PG




---------------------------------------------------------



ทุกคำพูด ทุกประโยค และทุกการแสดงออกของเอเรนิออนแทนความรู้สึกที่ชัดเจน ไม่ต่างจากครั้งแรกที่พวกเขาพบกัน


เอเรนิออน กิล-กาลัด ยังคงมั่นคงในความรู้สึกเสมอมา


ถึงแม้ว่าเขาจะไม่แสดงออกมาตอนนี้ โอโรแฟร์ก็รู้ดี เขารู้มาตลอด เพียงแต่ทำเป็นมองข้ามไป

...หากให้ความสนใจ เกรงว่าใจเขาอาจไม่มั่นคงพอ จึงเลือกที่จะหลีกลี้หนีมันเรื่อยมา และสร้างกำแพงกั้นความสัมพันธ์กับคนภายนอกอย่างแน่นหนา โดยเฉพาะกับชาวโนลดอร์ที่เขาไม่ใคร่อยากจะเสวนาด้วยนัก เหตุเนื่องจากสงครามประหัตประหารญาติชาวเทเลรีเมื่อหลายร้อยหลายพันปีก่อน ซึ่งทำให้เขาคิดว่าคนกลุ่มนี้เป็นผู้ที่นำความวุ่นวายที่เขาเกลียดนักเกลียด หนากลับมาสู่แผ่นดินมิดเดิลเอิร์ธ


และโดยเฉพาะกับโนลดอร์ผู้นี้ เอเรนิออน กิล-กาลัด


...รู้ทั้งรู้ว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ก็ยังปฏิเสธเรื่อยมา หลอกใจตัวเองเพียงเพราะข้ออ้างที่ว่าอีกฝ่ายเป็นโนลดอร์ที่เขาเกลียด


แต่ก็เกลียดตัวเองที่ยังเกิดความรู้สึกพิเศษกับคนตรงหน้า


รักของพรายเป็นนิรันดร์...


มันควรจะเป็นเช่นนั้นมิใช่หรือ?


แล้วสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นนี้ ควรปล่อยให้มันเป็นไป หรือตัดเยื่อใยเสียให้ขาดตั้งแต่ตอนนี้เล่า?



"โอโรแฟร์...."



เจ้าของนามที่ถูกเอ่ยขานยังไม่ตอบคำ แต่ก็ไม่ได้หลบสายตา ไม่เคลื่อนไหว ทั้งยังไม่แสดงความรู้สึกใดๆ ออกมาให้เห็น ราวกับเป็นรูปปั้นแกะสลักแสนงดงามของช่างแกะสลักผู้มีฝีมือเป็นเลิศที่สุดใน แผ่นดิน



"ข้าขอร้องท่าน อย่าทำนิ่งเฉยใส่ข้าเช่นนี้เลย หากข้าล่วงเกินท่านมากไปก็บอกเถิด ข้าจะไม่..."


"แล้วสิ่งที่ท่านทำอยู่นี่เล่า...?"


"ข้า...ขอโทษ..."


"ข้าเพียงเห็นว่าไม่จำเป็นต้องตอบคำถามท่าน และข้าเสียเวลามามากพอแล้ว คงต้องขอตัวกลับก่อน"



โอโรแฟร์ชักมือของตนที่ถูกเกาะกุมอยู่กลับอย่างเชื่องช้า จนเมื่อรู้สึกถึงแรงฝืนเบาๆ ที่ปลายนิ้วเรียวยาว ในจังหวะก่อนที่มือข้างนั้นจะหลุดจากความอบอุ่นบนฝ่ามือของพรายหนุ่มตรงหน้า

เขารู้ได้ในทันที เอเรนิออนไม่มีความคิดที่จะปล่อยมือข้างนั้นเลย...


พรายซินดาร์หมุนตัวกลับอีกครั้ง ก่อนเริ่มก้าวเดินอย่างเชื่องช้า



"เวลาที่นี่มีอีกมาก ข้าจะมีโอกาสได้พบท่านอีกหรือไม่?"



เอเรนิออนเอ่ยถามไล่หลัง ระหว่างมองร่างของบุคคลอันเป็นที่รักค่อยๆ เดินจากไป

...อดทนรอมาได้ถึงขนาดนี้แล้ว อีกสักร้อยปีคงไม่มีความแตกต่างเท่าใดนัก



"เรื่องนั้นเหนือความคาดหมายของข้า ข้าคงให้คำตอบท่านไม่ได้"


"ถ้าหากข้าเดินตามเส้นทางของท่านเล่า?"



โอโรแฟร์ไม่ตอบคำ ทั้งยังไม่แสดงอาการหรือท่าทีปฏิเสธ เพียงเมินเฉยและเดินก้าวต่อไปเงียบๆ



“หากท่านไม่ตอบ ข้าจะถือว่าท่านไม่ปฏิเสธ…”



อดีตจอมกษัตริย์แห่งโนลดอร์ตัดสินใจออกเดินตามพรายซินดาร์ที่ล่วงหน้าไปก่อน ไม่ไกล และในไม่ช้า เขาก็ตามมาทันพรายผมเงินที่เดินนำหน้าออกมาก่อน

...ใกล้เพียงแค่เอื้อม ...แค่เอื้อมไปคว้ามือของบุคคลตรงหน้า… แต่ราวกับร่างนั้นอยู่ไกลแสนไกล


จนถึงตอนนี้เขาก็ยังไม่สามารถยืนยันสถานะของตนในสายตาของอีกฝ่ายได้อย่างแน่ชัด



แม้จะถูกเกลียด แต่ก็ไม่ถึงกับถูกขับไล่


แม้จะแสนเย็นชา แต่ก็ยังรู้สึกถึงความเป็นห่วง


แม้พยายามตัดเยื่อใย แต่ก็ไม่เคยขาดสนิท




เอเรนิออนเร่งฝีเท้าขึ้นเล็กน้อย และเดินขึ้นมาเคียงคู่กับโอโรแฟร์ ในใจนึกหวั่นว่าจะถูกเมินเฉยใส่อีกครั้ง ซึ่งก็เป็นไปตามคาด ร่างสูงโปร่งข้างกายไม่มีแม้แต่จะปรายตามอง ยังคงมองไปยังหนทางข้างหน้า แสร้งทำเป็นไม่สนใจสิ่งที่เกิดขึ้น จนกระทั่งข้อมือข้างหนึ่งของเขาถูกรั้งไว้อีกครั้ง ด้วยฝีมือของบุรุษผู้เดิม ที่รักเขาหมดหัวใจ



"เป็นความผิดของข้าที่เกิดมาในวงศ์วานโนลดอร์ หรือผิดที่ …ข้า...รักท่าน?"



โอโรแฟร์หยุด แต่ไม่ได้ขืนมือออกจากการเกาะกุมของอีกฝ่าย



"จะเย็นชาใส่ข้าก็ดี จะเอ่ยวาจาไล่ข้าก็ดี ท่านจะทำอะไรก็ได้ แต่อย่าเมินเฉย อย่าทำเหมือนข้าไม่มีตัวตนในสายตาของท่านเลย..."



อดีตกษัตริย์พรายซิลวันถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย ก่อนหลับตาลงช้าๆ ในใจของเขากลับนึกอิจฉาเอเรนิออนอยู่ลึกๆ


อิจฉาที่สามารถเอ่ยคำว่ารักออกมาได้อย่างชัดถ้อยชัดคำ ชัดเจน และหนักแน่นเสียจนทำให้เขาหวั่นไหวกับการตัดสินใจของตน



"...ท่านไม่ได้เป็นคนผิด ข้าต่างหากเล่า..."



น้ำเสียงที่เปล่งออกมานั้นแผ่วเบาเหมือนไม่ต้องการให้ได้ยิน เพราะรู้ตัวดีว่ายิ่งต่อบทสนทนา ใจเขายิ่งน่าเป็นห่วง


เอเรนิออน กิล-กาลัดไม่ใช่คนผิด ทั้งเรื่องสืบเชื้อสายแห่งโนลดอร์ และเรื่องความรักแสนซื่อตรงที่มีให้แก่ตน


คนผิดคือเขาเอง ทั้งรู้ทั้งรู้ว่าไม่ควรสร้างสัมพันธ์ ไม่ควรตอบโต้ หากทุกครั้งที่เห็นสีหน้าแสนเศร้า หรือรู้สึกถึงน้ำเสียงตัดพ้อของอีกฝ่าย ก็กลับใจอ่อนลงเสียทุกครั้งไป


...จนปล่อยให้ทุกอย่างล่วงเลยมาถึงขนาดนี้ ทั้งหมดเป็นความผิดของเขาเพียงผู้เดียว

ผิดที่ไม่สามารถเอ่ยคำว่ารักออกไปได้อีก แม้จะรู้ตัวว่ารักอีกฝ่ายมากเพียงใด


เขาทำได้เพียงตอบปฏิเสธ หรือนิ่งเฉยเสียทุกคราที่ถูกรุกเข้ามาใกล้


หากครั้งนี้ไม่ได้เป็นเหมือนครั้งเมื่ออยู่บนแผ่นดินมิดเดิลเอิร์ธ เอเรนิออนไม่มีทีท่าจะยอมหยุด หรือปล่อยเขาไปอย่างที่เคยทำ



“...ปล่อยมือข้าเสียเถิด”



โอโรแฟร์เอ่ยเสียงเรียบ ทว่ากลับไม่มองหน้าคู่สนทนา

แต่คู่สนทนาของเขากลับไม่ปฏิบัติตาม ซ้ำยังรู้สึกว่าข้อมือบริเวณที่ถูกจับยึดไว้ร้อนขึ้น

...เอเรนิออนกระชับแรงบีบข้อมือของอีกฝ่ายแน่นขึ้นเล็กน้อย นั่นหมายถึงการปฏิเสธ



“ถือเสียว่าเป็นคำขอร้องจากข้าก็ได้… ข้าไม่คู่ควรกับรักของท่านดอก เอเรนิออน...”


“ผู้ใดคู่ควรกับรักของข้า ข้าเป็นคนตัดสินใจ และคนๆ นั้นคือท่าน และจะมีท่านเพียงผู้เดียว ข้าไม่สามารถรักใครได้อีก”



เอเรนิออนยังคงยืนยันหนักแน่นเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา และนั่นเป็นสิ่งที่โอโรแฟร์กลัวที่สุด

พรายซินดาร์หลับตาลง พยายามระลึกถึงบุคคลอันเคยเป็นที่รัก หากนางผู้งดงามนั้น ในความทรงจำของเขากลับช่างเลือนรางและห่างไกลเสียเหลือเกิน



“ท่านไม่จำเป็นต้องรักข้า แต่อย่าผลักไสข้าอีกเลย อย่างน้อยแค่ได้อยู่ใกล้… ข้าให้สัญญาว่าจะไม่ล่วงเกินท่านอีก”



โอโรแฟร์กลืนน้ำลาย ด้วยไม่เคยคิดว่าอีกฝ่ายจะยอมทำถึงเพียงนั้น

เพราะการอยู่ใกล้แต่ไม่อาจสัมผัสได้ มันเจ็บปวดเสียยิ่งกว่าการไม่ได้พบหน้ากันเสียอีก



“ถ้าหาก… ข้าบอกว่าเกลียดท่านเล่า?”



...ท่านจะยอมรับความเจ็บปวดนั้นไว้ได้จริงหรือ เอเรนิออน?



“ข้าจะทำทุกอย่างให้ท่านเลิกเกลียดข้า… ยกเว้นการอยู่ห่างจากท่าน”


“ท่านมั่นใจว่าจะทำได้หรือ?”


“ข้ามีเวลาเหลือทั้งชีวิตที่จะทำเพื่อท่าน โอโรแฟร์...”



เจ้าของนามที่ถูกเอ่ยเมื่อครู่เผลอหันมาสบตากับดวงตาสีฟ้าครามที่แสนซื่อตรง คู่นั้น และครั้งนี้มันสะกดเขาไว้ได้อยู่หมัด ทั้งคำพูดและความรู้สึกของพรายหนุ่มผมดำตรงหน้าทำเอาเขาเกือบจะต่อบทสนทนา ไม่ติด


ระหว่างนั้นมืออีกข้างที่ว่างของเขาก็ถูกฝ่ามืออุ่นรวบไปโดยไม่มีการเอ่ย วาจาใดๆ เป็นการขออนุญาต แม้ก่อนหน้านี้จะได้ยินคำสัญญาจะไม่ล่วงเกิน เขาลืมคิดไปว่ายังไม่ได้ตอบรับคำพูดของอีกฝ่าย
นั่นหมายถึงว่าคำสัญญานั้นยังไม่มีความหมายใดๆ เลย


ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่เขาพลาด…

ครั้งแรก และครั้งเดียวที่จะเปลี่ยนชีวิตของเขาต่อจากนี้ไปตลอดกาล


ดวงตาสีมรกตอ่อนแสงลงเพียงชั่วเสี้ยววินาทีที่ถูกสัมผัส ริมฝีปากบางเผยอขึ้นเล็กน้อย และกลับเป็นปกติแทบจะทันที หากความเปลี่ยนแปลงนั้นไม่สามารถหลุดรอดไปจากสายตาของจอมพรายแห่งลินดอนได้


พรายผมเงินหมดสิ้นทางเลือกที่จะบ่ายเบี่ยง เมื่อรับรู้ถึงความผิดพลาดอันใหญ่หลวงของตน…


โอโรแฟร์ตัดสินใจหลับตาและก้มหน้าลงช้าๆ ยอมรับในโชคชะตาของตนและสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปในภายภาคหน้า

ความรู้สึกแสนล้ำค่าที่ไม่เคยได้สัมผัสมาแสนนานเกิดขึ้นกับเขาอีกครั้ง หลังจากละทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างที่เคยยึดถือปฏิบัติไป


ความจริงเบื้องหลังความเย็นชา ความเฉยเมย เบื้องหลังกำแพงน้ำแข็งของความสัมพันธ์ที่ผ่านมาเป็นเช่นไร บุรุษโนลโดรินเพิ่งจะกระจ่างแจ้งแก่ใจในคืนนี้เอง



“ท่าน...ไม่ได้เกลียดข้า...”


“...ข้าบอกแล้วอย่างไรเล่า ท่านไม่ใช่คนผิด ข้าต่างหาก...”


“ข้า...ขอโทษ…..”



ฝ่ามืออุ่นค่อยๆ คลายออกจากข้อมือของบุคคลตรงหน้า ก่อนขยับยกขึ้นมาถึงระดับไหล่ และใช้หลังมือสัมผัสผิวแก้มสีซีดของผู้อาวุโสกว่าอย่างแผ่วเบา ปลายนิ้วไล่เกลี่ยเส้นผมสีเงินดั่งแสงดาวออกจากใบหน้างดงาม หากไม่สามารถมองเห็นดวงตาสีมรกตที่ยังคงปิดสนิท



“ข้าควรเป็นฝ่ายเอ่ยคำนั้นมากกว่ามิใช่หรือ?”


“...ขอโทษที่ทำให้ท่านต้องแบกรับความเจ็บปวดนี้มาตลอด แต่ข้าทนเห็นท่านจากไปไม่ได้”


“ข้าก็อยู่ตรงหน้าท่านนี่อย่างไร เอเรนิออน...”



น้ำเสียงที่พรายซินดาร์ใช้เรียกนามอีกฝ่ายไพเราะและอ่อนลงกว่าเดิมมากนัก หากเทียบกับที่ผ่านมา

...เป็นเสียงที่ไพเราะและนุ่มนวลที่สุดเท่าที่เอเรนิออนเคยได้ยินจากปากของโอโรแฟร์ อดีตกษัตริย์พรายซิลวันแห่งอาณาจักรกรีนวู้ด



“ขอให้ข้า...ได้ยลสีมรกตในดวงตาท่านอีกครั้งได้หรือไม่?...”



พรายหนุ่มค่อยๆ ก้มหน้าลงแตะหน้าผากและปลายจมูกของตนกับอีกฝ่าย ก่อนเอ่ยกระซิบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แผ่วเบา หากตรงเข้าสู่การรับรู้ของผู้ฟังได้อย่างชัดเจน


กลิ่นกายอ่อนๆ ของผู้เป็นที่รักช่างทำร้ายเขาได้ดีนัก แม้จะยังรู้สึกได้ถึงกลิ่นอายความเย็นจางๆ จากเส้นผมสีเงิน ทว่าครั้งนี้ไม่ได้มีความหนาวเหน็บเกาะกุมหัวใจ ไม่เหมือนครั้งก่อนหน้า และคงไม่มีวันกลับไปเป็นเช่นเดิม เมื่อหิมะที่ปกคลุมใจดวงนั้นถูกละลายด้วยความอบอุ่น


...ใบหน้างดงามประดับรอยยิ้มพร่างพรายอันทำให้เจ้าตัวงดงามยิ่งขึ้น พร้อมด้วยดวงตาสีมรกตที่ค่อยๆ เผยให้เห็นความรู้สึกทุกอย่างในใจทีละเล็กทีละน้อยทำเอาพรายหนุ่มแห่งลินดอน หน้าร้อนผ่าว จนต้องเป็นฝ่ายผละออกมาด้วยตัวเอง



“...ท่าน...เขินหรืออย่างไรเล่า?”


“ข...ข้า...ไม่ใช่…..ข้า….”



โอโรแฟร์หัวเราะในลำคอเบาๆ เมื่อเห็นใบหน้าและท่าทางของบุคคลตรงหน้า

ทั้งๆ ที่เมื่อครู่นี้ยังพยายามจะล่วงเกินเขาอยู่แท้ๆ…


อันที่จริง เขาเองก็ไม่ได้รังเกียจท่าทีของเอเรนิออนในแบบนี้สักเท่าไหร่

...แกล้งอีกสักหน่อยก็คงไม่เลวนัก



“เดี๋ยวสิ! ท่าน…! โอโรแ-------!!”















-------------TBC
 

Comment

Comment:

Tweet

LightVampire View my profile

Creative Commons License
.